คาวาริ     ตลอดระยะเวลาการเดินทางของธุรกิจขายตรงอายุขวบปีเศษอย่าง บริษัท เอปูเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทขายตรงสัญชาติไทยพันธุ์แท้ ที่ดูเหมือนจะเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่กำลังถูกจับตาจากสังคมตลอดมา อีกทั้งยังมีเสียงถามไถ่ตลอดเวลาเช่นกันว่า ถึงวันนี้บริษัทภายใต้การบริหารของ “มนตรี ฉิมมณีภัทธ” อดีตมือบริหารของเครือ CP มีเสียงตอบรับจากสมาชิก และประชาชนมากน้อยขนาดไหนแล้ว ตลอดจนรูปแบบการบริหารจัดการของบริษัทแห่งนี้มีความโดดเด่น และมีความเป็นมืออาชีพมากน้อยขนาดไหน
     ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือนนับจากวันเปิดดำเนินการของบริษัท ชื่อของ “เอปูเซ่” เริ่มเข้ามาอยู่ในความสนใจของหนังสือพิมพ์มากขึ้นขณะเดียวกันก็มีทั้งคนระดับผู้นำ และบุคคลทั่วๆ ไปแห่เข้าร่วมธุรกิจอย่างมากหน้าหลายตาปีที่ผ่านมา “เอปูเซ่” ใช้เวลาในการเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด โดยได้ขยับขยายพื้นที่อาคารสำนักงานให้ยิ่งใหญ่กว่าเก่าหลายเท่าตัว จนบางครั้งมีคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ด้วยรูปแบบของบริษัทดูเหมือนจะยิ่งใหญ่กว่าบริษัทขายตรงที่เปิดดำเนินการมาหลายปีด้วยซ้ำ
     ด้วยความโดดเด่นทางด้านแนวคิดของผู้นำทัพอย่างท่านประธาน “มนตรี” ด้วยความโดดเด่นของผู้ร่วมทัพอย่างขุนพลนักขายที่มากประสบการณ์เข้าไปอยู่ในพื้นที่เดียวกัน และด้วยความโดดเด่นของตัวผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับตลาดขายตรงได้พอสมควรผนวกเข้ากับความโดดเด่นทางด้านจิตใจของผู้นำทัพที่เล่นบทใจถึงอย่างมีแบบแผน ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้ “เอปูเซ่” เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
     ไม่นานนัก “สื่อมวลชน” หลายแขนงก็ให้การยอมรับว่า “เอปูเซ่” คือหนึ่งในธุรกิจขายตรงน้องใหม่ที่ร้อนแรงที่สุด
     “เอปูเซ่” เองพยายามชูจุดขายของความเป็นขายตรงน้องใหม่ที่มีมาตรฐานเทียบเท่ากับบริษัทขายตรงในระดับชั้นนำได้อย่างดีเยี่ยม มีการปรับมาตรฐานการจัดการองค์กร การจัดการคนที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และสิ่งหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้กับนักขายและผู้นำทัพไม่น้อยก็คือ จุดขายที่ได้รับจากตัวผลิตภัณฑ์ที่ค่อยๆ ทยอยเข้ามาเพื่อรองรับความต้องการของสมาชิกและผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และจัดประเภทอยู่ในหลายหมวดผลิตภัณฑ์
     ต้นปีที่ผ่านมา “เอปูเซ่” นำผลิตภัณฑ์เข้ามาเสริมทัพอีกหนึ่งตัว และสินค้าตัวนี้นี่เองที่ทำให้ผู้ป่วยหลายรายต้องสั่งซื้อ อันเนื่องมาจากสรรพคุณของตัวสินค้านั้นมีความโดดเด่น และถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่รวมคุณสมบัติของสมุนไพรกว่า 5 ชนิดเข้าด้วยกัน ถือว่าถูกโฉลกกับนักขาย และผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง ไม่แพ้ผลิตภัณฑ์ตัวอื่นที่อยู่ในบริษัทแห่งนี้
     ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “คาวาริ” คือสินค้าที่เรากำลังกล่าวถึง ซึ่งเป็นสินค้าที่มีส่วนผสมจาก พลูคาว ,เห็ดหลินจือ , ปัญจขันธ์ , กระชายดำ และว่านปลาไหลเผือก พร้อมกับสมุนไพรอื่นๆ อีกหลายชนิด ซึ่งสินค้าดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกันระหว่าง “เอปูเซ่” และอดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ศ.ดร.นพ.สมศักดิ์ วรคามิน ในฐานะเจ้าของ บริษัทเชียงรายไวน์เนอรี่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตสินค้าสมุนไพรที่มีมาตรฐานสูงระดับประเทศ ซึ่งชื่อชั้นสามารถการันตีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างดี
     เมื่อ “คาวาริ” ถูกนำออกมาจำหน่ายได้เพียงไม่นานนัก ก็เกิดปรากฎการณ์ของความนิยมในผลิตภัณฑ์ตัวนี้เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ โดยเริ่มต้นจากสมาชิกได้ทดลองนำไปรับประทานแล้วเห็นผล บอกต่อๆ กันไปยังผู้บริโภคทั่วๆ ไป จากนั้นก็ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันมียอดขายแล้วหลายขวดด้วยกัน
     อย่างไรก็ตาม “เอปูเซ่” ออกมายืนยันกับผลิตภัณฑ์ตัวดังกล่าวนี้ ว่าไม่ใช่ยารักษาโรค แต่เป็นเพียงผลิตภัณฑ์สมุนไพรเสริมอาหาร และบำรุงสุขภาพตัวหนึ่งเท่านั้น แต่ที่ได้รับความนิยมอาจเป็นเพราะกินแล้วเห็นผลเป็นที่น่าพอใจสามารถเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วยคุณสมบัติที่มีอยู่ในส่วนผสมของสมุนไพรทั้ง 5 ชนิดอย่างที่กล่าวมาข้างต้น
     ความนิยมของตัวสมุนไพรตัวนี้ปัจจุบันแบรนด์ได้เข้าไปถึงกลุ่มผู้ป่วยในประเภทต่างๆ ทั่วประเทศ และมีเคสกรณีศึกษาว่ากินแล้วสามารถช่วยบำรุงร่างกายให้ดีขึ้นนับสิบ นับร้อยเคสเกิดขึ้นซึ่งเคสล่าสุดผู้ป่วยเป็นอัมพาตมากว่า 12 ปีรายหนึ่ง ในเขตอำเภอกันตัง จังหวัดตรังซึ่งได้รับการอนุเคราะห์ผลิตภัณฑ์ “คาวาริ” โดยบังเอิญจากผู้นำท่านหนึ่ง (สันติศักดิ์ ครุฑธามาศ) ที่หยิบยื่นให้ ก่อนที่จะนำไปทดลองกิน
     ระยะเวลาเพียงครึ่งเดือนผู้ป่วยรายดังกล่าวได้โทรศัพท์เข้ามาสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพิ่มเติม โดยให้เหตุผลว่า
     “ไม่ทราบว่า สรรพคุณดีอย่างไรบ้าง เพียงแต่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วก็รู้สึกดี และถูกโฉลกกับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ที่สำคัญมีความรู้สึกว่าระบบภายในดีขึ้นกว่าเก่ามาก โดยเฉพาะเรื่องของระบบขับถ่ายที่อดีตตนขับถ่ายได้แค่เป็นน้ำเท่านั้น เนื่องจากไม่สามารถขับออกมาได้เพราะร่างกายตายไปแล้วครึ่งท่อน แต่หลังจากที่รับประทานสมุนไพรตัวดังกล่าวเข้าไป ผลปรากฏว่าก้อนแข็งๆ ที่คั่งค้างอยู่ในท้องนานนับ 10 ปี ก็เริ่มหลุดออกมาทำให้วันนี้ตนสบายท้องขึ้นมา ก็เลยคิดที่จะโทรสั่งซื้อเพิ่ม เพื่อจะได้รับประทานอย่างต่อเนื่อง” รุ่งรัตน์ เกษศิริ ผู้ป่วยรายดังกล่าว เปิดเผยกับ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค
     ทั้งนี้ เคสของผู้ป่วยดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในอีกนับสิบ นับร้อยเคสที่สามารถรับรู้ถึงสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี และเชื่อว่ายังมีคนอีกจำนวนมากที่บริโภคสินค้าที่ชื่อว่า “คาวาริ” อย่างต่อเนื่อง นับเป็นปรากฎการณ์อีกปรากฏการณ์หนึ่งที่จะสร้างความฮือฮาให้กับวงการขายตรงได้ไม่มากก็น้อย
     และหากสินค้าตัวที่ว่า มีสรรพคุณที่ดื่มกิน แล้วเห็นผลจริง เชื่อเหลือเกินว่า อีกไม่นานผลิตภัณฑ์ตัวดังกล่าวจะได้รับความนิยมจากประชาชนคนไทยอย่างล้นหลามและมียอดขายถล่มทลายอย่างแน่นอน