คปภ.หนุนคลอดกรมธรรม์บำนาญ สิ้นปีนี้คนแก่เตรียมเฮ
จันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คปภ.ได้ผลักดันแบบกรมธรรม์ใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมการขยายตัวของธุรกิจประกันภัย ซึ่งในส่วนของประกันชีวิตกำลังจะมีกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นครั้งแรกของวงการประกันชีวิตประเทศไทย โดยขณะนี้ทาง คปภ. และสมาคมประกันชีวิตกำลังจัดทำตารางบำนาญ (Annuity Table) หรือตารางมรณะเพื่อใช้ในการคำนวณเบี้ยประกันภัยการจ่าย สำหรับรูปแบบการจ่ายผลประโยชน์แบบบำนาญนั้น หากเป็นกรณีที่ผู้เอาประกันเสียชีวิตจะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ชำระเบี้ยจะจ่ายผลประโยชน์ไม่สูงมากนัก เช่น การคืนเบี้ยประกันภัยที่ชำระแล้วทั้งหมด แต่หากเป็นช่วงรับเงินบำนาญ จะจ่ายผลต่างของจำนวนเงินเบี้ยประกันสะสมกับเงินบำนาญรายงวดที่บริษัทประกันชีวิตได้จ่ายไปแล้ว
อีกช่วงหนึ่งเป็นผลประโยชน์กรณีผู้เอาประกันภัยอยู่รับเงินบำนาญ ได้แก่ ผู้เอาประกันภัยครบอายุ 55 ปีขึ้นไป,จ่ายเงินบำนาญรายงวดจนกระทั่งผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตหรือผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 85 ปี, จ่ายผลประโยชน์เป็นรายปีหรือน้อยกว่ารายปี เช่นรายเดือน ราย 3 เดือน เป็นต้น โดยผู้เอาประกันภัยสามารถชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายเดือน ราย 3 เดือน รายปีหรือชำระเบี้ยประกันภัยแบบครั้งเดียว (ซิงเกิล พรีเมี่ยม) ก็ได้
“เนื่องจากสังคมไทยเริ่มมีประชากรคนชราเพิ่มขึ้นจึงได้มีการจัดทำกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญขึ้นเพื่อรองรับคนกลุ่มนี้เปิดโอกาสให้คนหนุ่มซื้อกรมธรรม์ตัวนี้ไว้พอสูงอายุครบ 55 ปีขึ้นไปก็มารับผลประโยชน์จากกรมธรรม์ได้ เป็นการออมลักษณะหนึ่งอีกเช่นกัน ซึ่งเป็นประโยชน์ระยะยาวคาดว่าตารางมรณะน่าจะเสร็จปลายปีนี้”
สาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ในส่วนของบริษัทประกันชีวิตส่วนใหญ่มีความต้องการให้ คปภ.จัดทำเรื่องโครงสร้างการตั้งสำรองของกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญให้มีความชัดเจนเนื่องจากแบบประกันบำนาญตลอดชีพนั้นบางแบบมีความคุ้มครองถึง 99 ปี ซึ่งบริษัทประกันก็ต้องมีการตั้งสำรองไว้ถึง 90-100% แต่ปัจจุบันกรมสรรพากรให้บริษัทประกันตั้งสำรองและนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายได้แค่ 65% เท่านั้น ส่วนที่เหลือให้ถือเป็นรายได้และต้องเสียภาษี
สำหรับแบบประกันบำนาญที่เกิดขึ้นก็จะเป็นการกระตุ้นให้เกินการออมในระบบเพิ่มเพราะปัจจุบันคนไทยอายุยืนมากขึ้น เฉลี่ยทุกวันนี้อัตรามรณะของผู้หญิงอยู่ที่ 83-85 ปี ส่วนผู้ชายก็อยู่ที่ 79 ปี การมีแบบประกันบำนาญก็จะรองรับประชาชนกลุ่มนี้ได้ และเป็นช่องทางออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ ซึ่งในต่างประเทศก็มีหลายรูปแบบ เช่น กรมธรรม์บำนาญที่ผูกติดกับสถานที่ดูแลผู้ชรา ดูแลจนกว่าผู้เอาประกันจะเสียชีวิต
ทั้งนี้ ในเอเชียมีหลายประเทศที่ได้เริ่มนำระบบประกันชีวิตเข้าไปช่วยในการบริหารจัดการในเรื่องของการดูแลสังคมผู้สูงอายุ โดยสินทรัพย์ที่เกิดจากกองทุนบำนาญ (Pension Assets) ของทั้งภูมิภาคเอเชียมีอัตราการเติบโตรวมโดยเฉลี่ยต่อปี (Compound Annual Growth Rate : CAGR) เพิ่มขึ้น 9.2% ทำให้มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการเพิ่มขึ้นเป็น 3.116 ล้านล้านยูโร หรือ 157.790 ล้านล้านบาท ภายในปี 2558 (ค.ศ.2015) จาก 1.408 ล้านล้านยูโร หรือ 71.274 ล้านล้านบาท ในปี 2549 (ค.ศ.2006) และในตลาดเกิดใหม่จะมีการเติบโตสูงสุดถึง 17.2%
ดังนั้น ในประเทศไทยเอง หากว่ากรมธรรม์บำนาญสามารถออกขายได้จริงก็จะทำให้ธุรกิจประกันชีวิตสามารถที่จะขยายตัวได้อีกมาก เพราะถือเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ยังไม่มีกรมธรรม์เข้าไปรอง รับได้ตรงกับความต้องการนัก เพราะติดขัดปัญหาหลักด้านภาษี หากว่าสามารถขจัดไปได้ก็จะทำให้เกิดสินค้าบำนาญหลากหลายที่สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าที่มีมากกว่า 10% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ