‘เมกาเชฟ’ น้ำปลาไทยไปต่างแดน เน้นคุณภาพระดับพรีเมี่ยม
ภาส นิธิปิติกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สินวารีพัฒนา จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตรา เมกาเชฟ กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์ เมกาเชฟเปิดตัวสู่ผู้บริโภคในฐานะน้ำปลาไทยคุณภาพพรีเมี่ยมมาเป็นระยะเวลา 3 ปี ด้วยเน้นคุณภาพมาเป็นอันดับหนึ่งทั้งในเรื่องของรสชาติ วัตถุดิบ กระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์ และความแตกต่างในเรื่องของคุณค่าสารอาหาร
“ถ้าเปรียบเทียบในเรื่องของปริมาณสารอาหารโดยประมาณโปรตีนของน้ำปลาเมกาเชฟ ถือว่ามีโปรตีนสูงสุดในท้องตลาด คือมีปริมาณโปรตีน 3 mg. ต่อ 1 ช้อนโต๊ะ และยังมั่นใจได้อีกว่าปลอดจากสารจำพวก ฮีสทามีน ไทรามีน และไนไตรซามีน อันเป็นสาเหตุของ โรคภูมิแพ้ ท้องเสีย อาเจียน ปากบวม ตลอดจนพิษสะสมต่างๆ เพราะเราใช้ปลากะตักที่สดไม่มีการปล่อยทิ้งไว้จนเกิดสารพิษ
นอกจากนี้ เมกาเชฟ ยังได้มีการปรับเปลี่ยนรีแบรนด์ขวดเพื่อรักษาประสิทธิภาพของน้ำปลาให้คงเดิมนานที่สุด โดยปรับขวดให้สามารถป้องกันรังสียูวีที่จะไปทำปฏิกิริยากับน้ำปลา เพื่อการเก็บรักษาที่นานขึ้น และฝาขวดยังมีการดีไซน์เพื่อป้องกันการกระฉอก และป้องกันการแลกเปลี่ยนเอาอากาศเข้าไปแทนที่ ขณะเขย่าขวด ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการรีแบรนด์ตราและรักษาคุณภาพน้ำปลาให้ดียิ่งขึ้น โดยถือเป็นการวางโพสิชั่นนิ่งสำหรับสินค้าชิ้นต่อๆ ไปของเมกาเชฟ”
นอกเหนือจากกระบวนการผลิตและคัดสรรวัตถุดิบที่ดีแล้ว เมกาเชฟ ยังให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนการผลิต คือมีการคัดปลาที่สด เกลือที่ดี และบ่อหมักที่ทันสมัย สะอาดถูกหลักอนามัย เครื่องบรรจุที่ได้มาตรฐานและผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นผ่านการฆ่าเชื้อด้วยกรรมวิธี พาสเจอร์ไรซ์ ก่อนส่งผ่านไปสู่กระบวนการบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ทุกขวดจะใช้แก้วที่เป่าขึ้นใหม่ฆ่าเชื้อด้วยน้ำร้อน และฝาถูกออกแบบให้ทันสมัยไม่ต้องตัดจุกพลาสติกและจำกัดปริมาณอากาศที่จะเข้าไปสู่ขวดในระหว่างการใช้ และห่อหุ้มด้วยฉลากแบบใหม่ที่ป้องกันแสง ที่จะเข้าไปทำปฏิกิริยา ทำให้ สี กลิ่น และรสชาติ ของน้ำปลาเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
ภาส กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาการส่งออกไปตามตลาดเอเชียโดยทั่วๆ ไปรวมทั้งประเทศไทยด้วย เรื่องราคาเป็นอุปสรรคในการทำตลาด ด้วยทัศนคติของคนไทยที่ว่าน้ำปลาต้องมีราคาถูก ทำให้การขยายตลาดในประเทศไทยเป็นไปในลักษณะที่ฝืนทัศนคติแต่ด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณค่าของผลิตภัณฑ์ขยายวงกว้างต่อไปอีก เมกาเชฟ จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่ตลอดเวลา พร้อมกันนี้ก็มุ่งมั่นที่จะบุกเบิกความเป็นน้ำปลาไทยไปสู่น้ำปลาโลก
“โดยในเดือนตุลาคมนี้ เมกาเชฟ จะมีการไปเปิดตัว ที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถือเป็นดินแดนที่อาหารและวัฒนธรรมไทยได้รับความนิยมสูงในระดับหนึ่ง ก่อนจะก้าวไปสู่ตลาดยุโรปและอเมริกา โดยได้รับเกียรติจากเชฟระดับโลกเจ้าของรางวัล Michelin Star ชาวออสเตรเลีย Mr. David Thompson ผู้ที่ได้รับการศึกษาและฝึกฝนจนมีความเชี่ยวชาญในการปรุงอาหารไทยต้นตำรับ เป็น แบรนด์ แอมบาสซาเดอร์ ร่วมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์คุณภาพของน้ำปลาเมกาเชฟ และเอกลักษณ์ของอาหารไทยสู่ระดับสากล”
นอกจากนี้ เมกาเชฟ ยังได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆ ภายใต้แบรนด์ เมกาเชฟ อีกอาทิ ซอสหอยนางรม น้ำพริกเผา และกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆ ต่อไปอีก และภายใน 3 ปีนี้ เมกาเชฟ มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์จะก้าวไปสู่สากลประมาณ 8-10 ประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลีย ยุโรป อังกฤษ ฮอลล์แลนด์ และเยอรมนี ด้วยอัตราส่วนการส่งออก 50:50 เพราะในเมืองไทยผู้บริโภคก็หันมาให้ความสนใจด้านสุขภาพกันและให้ความสำคัญกับคุณค่าทางอาหารมากขึ้น ทำให้อัตราส่วนการเจริญเติบโตของ เมกาเชฟ เพิ่มขึ้นทุกปี เฉลี่ยโตขึ้น 30%
“ซึ่งสิ่งที่ เมกาเชฟ จะพัฒนาต่อไป คือ ตั้งเป้าผลักดันวัฒนธรรมและทัศนคติการบริโภคของคนไทยให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณค่าของอาหารมากขึ้น โดยการโฆษณาผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นรายการทีวี นิตยสาร กิจกรรมโรดโชว์ต่างๆ รวมถึงเว็บไซต์เพื่อคนรักสุขภาพ ตลอดจนโรงเรียนสอนทำอาหารชั้นนำ เพื่อให้แบรนด์ เมกาเชฟ ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกที่อาหารไทยหยั่งรากไปถึง” ภาส กล่าวทิ้งท้าย