สุดชาย สิงห์มโน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคลัมบัส ทัวร์ แอนด์ เอ็กซิบิชั่น จำกัด     โคลัมบัส ทัวร์ ปรับกลยุทธ์สู้ศึกเศรษฐกิจ สู่บริการวันสต๊อปเซอร์วิส ดึงกิจกรรมด้านซีอาร์เอ็มและซีอีเอ็ม หวังดึงลูกค้าคอร์ปอเรท ขายตรงและ ประกันภัยตั้งเป้าโต 20% กวาดยอด 90 ล้านบาทภายในสิ้นปี
     สุดชาย สิงห์มโน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคลัมบัส ทัวร์ แอนด์ เอ็กซิบิชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ในยุคเศรษฐกิจขาลง ประกอบกับการแข่งขันด้านการตลาดทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกในการใช้สินค้าและบริการเพิ่มมากขึ้นบริษัทและหน่วยงานต่างๆ ต้องใช้ความพยายามในการรักษาฐานลูกค้า ทำให้มีการนำกลยุทธ์ด้านการตลาดต่างๆ ออกมาใช้มากมาย เพื่อมัดใจผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น การลดแลกแจกแถม หรือ ผ่อนชำระ แต่จะพบว่าการทำกิจกรรมดังกล่าวไม่สามารถทำให้ลูกค้ายึดมั่นและมีส่วนร่วมกับแบรนด์สินค้ามากมายนัก จึงต้องมีการนำกลยุทธ์ทางด้านการส่งเสริมแบรนด์สินค้ากับด้านการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคให้มากขึ้น
     “ในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา โคลัมบัส ซึ่งเน้นด้านธุรกิจท่องเที่ยวได้หันมาเสริมทางด้านการทำซีอาร์เอ็ม ซีอีเอ็มรวมถึงโฆษณาและการจัดกิจกรรม เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าองค์กรธุรกิจ โดยบริษัทมีจุดแข็งที่สามารถผสมผสานการให้บริการท่องเที่ยว และกลยุทธ์การตลาดแบบซีอาร์เอ็มเข้าด้วยกัน โดยที่ผ่านมามีเสียงตอบรับที่ดีจากหลายๆ องค์กร ในครึ่งปีหลังตั้งเป้าไว้ที่ 30 ล้านบาทและคาดว่าปีนี้จะมีรายได้รวม 90 ล้านบาท เติบโต 20% จากปีก่อน”
     สารทูล สิงห์มโน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานลูกค้ากล่าวว่า โคลัมบัส เป็นผู้ให้บริการรายแรกในประเทศไทย ทางด้านการจัดกิจกรรมซีอาร์เอ็มเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว ระหว่างข้าวของผลิตภัณฑ์และผู้บริโภค เพื่อรองรับเทรนด์มาร์เก็ตติ้งใหม่ในปัจจุบัน โดยให้บริการอย่างครบวงจรนับตั้งแต่การสร้างสรรค์ การออแกไนซ์งานให้ตรงโจทย์และคอนเซ็ปท์โปรดักท์ งานโฆษณาประชาสัมพันธ์ ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมครีเอทไอเดียเพื่อสื่อสารเรื่องแบรนดิ้ง
     “กลุ่มบริษัทที่นิยมใช้กลยุทธ์ ซีอาร์เอ็มมีทั้งสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค ธุรกิจรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า กับดีลเลอร์ และประกันชีวิต รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ เพราะสามารถผูกใจลูกค้าให้จงรักภักดีต่อแบรนด์ได้ ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่างบประมาณที่บริษัทต่างๆใช้ทำซีอาร์เอ็มเพิ่มขึ้นเท่าตัว ปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วน 20-30% จากงบโฆษณาโดยรวม ที่มูลค่า 8-9 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่าราว 2-3 หมื่นล้านบาท และคาดว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้างบก้อนนี้จะขยายสัดส่วนเป็นประมาณ 40% ของงบโฆษณาโดยรวม” สารทูล กล่าว