น.ต.พญ.นลินี ไพบูลย์      “กิฟฟารีน” เจาะตลาดผมกลุ่มพรีเมี่ยม เปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ “Esperto by Giffarine” ชู 2 คุณประโยชน์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ที่หลงใหลการทำสีผมทั้งบำรุงและปกป้อง ส่วนงานการก้าวสู่ปีที่ 14 ของกิฟฟารีน จัดอย่างยิ่งใหญ่ คนร่วมงานล้นหลามพร้อมกิจกรรมต่างๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย
     น.ต.พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า เทรนด์การทำสีผมเป็นที่นิยมในวงการแฟชั่น และในผู้บริโภคในหลายกลุ่มอายุ การดูแลและบำรุงผมที่ผ่านการทำสีอย่างครบขั้นตอนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง จึงเป็นเหตุผลที่กิฟฟารีนได้คิดค้นและพัฒนา “Esperto by Giffarine” มาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบการทำสีผม เพราะมองว่าปัญหาของผมที่ผ่านการทำสีคือ ผมแห้งกรอบ ไร้น้ำหนัก ไม่มีชีวิตชีวา ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ในชุด “Esperto by Giffarine” จึงได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลปัญหาของผมทำสีโดยเฉพาะ ด้วยส่วนผสมของสมุนไพรที่อ่อนโยนต่อเส้นผม สามารถบำรุง ฟื้นฟู และปกป้องเส้นผม ให้มีสุขภาพดี เปล่งประกายเงางาม พร้อมเพิ่มพลังสีผมให้ดูสดใสมีมิติ มีชีวิตชีวาอย่างไร้ที่ติ อีกทั้งผลิตภัณฑ์ชุดนี้ยังมีผลิตภัณฑ์บำรุงและจัดแต่งทรงผมครบสูตร ที่มีคุณสมบัติในการบำรุงและปกป้องผม โดยไม่ทิ้งสารตกค้างบนเส้นผมหรือหนังศีรษะอีกด้วย
     การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ ลิขสิทธิ์เฉพาะรายแรกของโลกในการดูแลสุขภาพเส้นผมที่อุดมไปด้วยส่วนผสมสกัดจากพืชสมุนไพรธรรมชาติคุณสมบัติพิเศษหลากชนิด อาทิ Bambusa Sasa Extract, Zingiber Zerumbet Root Extract และ Buffalo Grass Extract สารสำคัญหลักในชุดผลิตภัณฑ์ Esperto ซึ่งผลิตภัณฑ์ชุดนี้ประกอบด้วยแชมพูครีมนวดบำรุงผมแบบไม่ต้องล้างออก ซีรั่มบำรุงผม สเปรย์จัดแต่งทรงผม และเจลจัดแต่งทรงผม ที่ช่วยบำรุงฟื้นฟูและปกป้องผมทำสีให้ผมคืนกลับมามีสุขภาพดี รับมือกับทุกสภาพผมทำสีได้อย่างตรงจุด น.ต.พญ.นลินี กล่าว
     นอกจากนี้ น.ต.พญ. นลินี ไพบูลย์ ยังกล่าวเสริมถึงเหตุผลของการโฟกัสไปที่กลุ่มเป้าหมายผมแห้งเสียจากการทำสีว่า จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในฐานะผู้ผลิตจึงต้องปรับตัวตามพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อกิฟฟารีนมีความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำธุรกิจเครือข่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมใหม่เพื่อสุขภาพผมทำสี โดยได้รับเกียรติจาก Dr.Ronald M. DiSalvo นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้รังสรรค์สูตรของผลิตภัณฑ์ชุดเอสแปร์โต้เพื่อเส้นผมของคนไทยโดยเฉพาะ บินตรงมาให้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ชุด เอสแปร์โต้ ที่พัฒนาสูตรด้วยส่วนผสมสมุนไพรที่อ่อนโยน บำรุงและปกป้องผมทำสีโดยเฉพาะ
     สำหรับการมาในครั้งนี้ Dr.Ronald ยังได้ให้ข้อมูลถึงที่มาของคุณสมบัติพิเศษในผลิตภัณฑ์ชุดเอสแปร์โต้ ที่มีการพัฒนาสูตรและผ่านการทดสอบหลายขั้นตอน ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ชุดนี้ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมทั่วไป พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ดี และแนะนำถึงส่วนผสมที่ทรงประสิทธิภาพต่างๆ ให้ผู้ฟังได้นำไปพิจารณาในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอีกด้วย นอกจากนี้น.ต.พญ.นลินี ยังเปิดเผยถึงการจัดงานเฉลิมฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 14 ว่านอกจากจะเป็นการเฉลิมฉลองการดำเนินธุรกิจของกิฟฟารีนแล้ว ยังเป็นการประกาศเกียรติคุณแก่นักธุรกิจกิฟฟารีนรวม 500 คน ที่สามารถทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จอย่างน่าภาคภูมิใจ และสิ่งสำคัญของการจัดงานคือ การสร้างแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจกิฟฟารีนได้มองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง สู้วิกฤติเศรษฐกิจ และเน้นย้ำการบริหารงานอย่างชาญฉลาดควบคู่ไปกับการพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา
     ในช่วงของการเสวนาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจแห่งความสำเร็จ โดยได้รับเกียรติจาก 3 นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จระดับชั้นนำของเมืองไทย ได้แก่ ศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณ เจ้าของธุรกิจแซนด์วิชศิริวัฒน์, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา (ประเทศไทย) จำกัด และสุริวิภา กุลตังวัฒนา ร่วมด้วย น.ต.พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีนฯ เข้าร่วมการเสวนาครั้งสำคัญ เพื่อแบ่งปันความรู้ และเคล็ดลับสู่ความสำเร็จ และสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินธุรกิจให้แก่นักธุรกิจกิฟฟารีนท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ โดยมี กนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ประกาศข่าวชื่อดังจากสถานีข่าวเนชั่นและสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สีรับหน้าที่ดำเนินรายการ
     สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่มากกว่า 20 รายการ ที่นำมาเปิดตัวในงานนี้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับพรีเมี่ยม นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ชุด Esperto by Giffarine ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติหลากชนิดเพื่อการดูแลผมทำสีโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ Giffarine Glamorous Beaut? และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบผลิตภัณฑ์ชุดเพื่อดูแลสุขภาพอีกหลายรายการ นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีการเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของผู้บริหารระดับสูงสุดในตำแหน่ง ไดมอนแกรนด์ พาราไดซ์ คนล่าสุดพีรเชษฐ์ และ พิมพกานต์ ศรีพลัง และพิธีประดับเข็มเกียรติยศผู้บริหารระดับสูงอีกหลายตำแหน่ง จากนั้นเข้าสู่เวทีสุดอลังการของการเปิดตัวผู้ชนะการแข่งขัน Sales Contest ครั้งที่ 7 ผู้ชนะการท่องเที่ยวประเทศดูไบ พร้อมเปิดตัวผู้ชนะการแข่งขันและพิธีเปิดการแข่งขัน Junior Mini Rally Rewards ปิดท้ายการเปิดตัวผู้ได้รับรายได้จากแผนธุรกิจ Uni-level เป็นครั้งแรก
     “จากผลประกอบการที่ผ่านมา กิฟฟารีนมีความภาคภูมิใจในการดำเนินธุรกิจตลอด13 ปีที่ผ่านมา ด้วยผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ความภาคภูมิใจสูงสุด ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข หรือผลประกอบการ ไม่ได้อยู่ที่การสร้างนักธธุรกิจให้เป็นเศรษฐีเงินล้าน หรือสร้างคนให้มีรายได้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้คนไทยมีกำลังใจที่จะเป็นคนดี ครอบครัวมีรายได้มั่นคงอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นนักธุรกิจกิฟฟารีน ต้องมีหัวใจ และมีน้ำใจในการทำธุรกิจ จะต้องดูแลเอาใจใส่คนที่ชักชวนเข้ามาทำธุรกิจ และต้องเป็นคนดีดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ เพื่อสร้างคนดีให้เป็นนักธุรกิจด้วยกัน” น.ต.พญ.นลินี กล่าว
     น.ต.พญ.นลินี ยังกล่าวถึงการดำเนินธุรกิจกิฟฟารีน เพื่อการรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจว่า กิฟฟารีนได้เตรียมความพร้อมไว้ทุกด้าน ทั้งทางด้านกลยุทธ์ทางการตลาด และการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ในเชิงรุก ทั้งในกลุ่มของนักธุรกิจเครือข่ายกิฟฟารีน และสมาชิกกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะการให้ความสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relation Management) และการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการทำแคมเปญโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาด้านการขยายช่องทางกระจายสินค้า ด้วยการให้บริการเปิดศูนย์ธุรกิจให้มากขึ้น ในรูปแบบที่ทันสมัยและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น
     13 ปีที่ผ่านมา กิฟฟารีนเติบโตอย่างมั่นคง ด้วยผลประกอบการที่เพิ่มขึ้น 10% ทุกปี มียอดขายโดยรวมแล้วเกินกว่า 32,000 ล้านบาท พร้อมทั้งมอบผลประโยชน์ให้กับนักธุรกิจกิฟฟารีนไปแล้วเกินกว่า 14,000 ล้านบาท และมีนักธุรกิจกิฟฟารีนที่ประสบความสำเร็จ เป็นผู้มีรายได้เกินกว่าหลักล้านขึ้นไปแล้วมากกว่า 1,000 คน