ต้นแบบมนุษย์สายพันธุ์ใหม่จับตา 5 โจ๋! โชว์ศักยภาพ
ตามแผนนโยบายของ “วันมอร์ไลฟ์” ที่กำลังขยับขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง พร้อมๆ กับแผนการโปรโมทกลุ่มนักขายของตัวเองออกตามหน้าสื่อหนังสือพิมพ์ ที่แยกกลุ่มคนรุ่นเก๋าลายครามและกลุ่มคนรุ่นใหม่ออกจากกันราวกับว่า เจตนาจะบอกให้กับสังคมรับทราบว่า ณ ที่แห่งนี้คลาคล่ำไปด้วยบุคคลผู้กล้าในหลากหลายสาขาอาชีพหลากหลายวัย และหลากหลายประสบการณ์มารวมอยู่ในที่ๆ เดียวกันแต่ผสานการทำงานที่เข้ากันได้อย่างลงตัว พร้อมทั้ง ประกาศให้เห็นว่า “วันมอร์ไลฟ์” พร้อมแล้วกับการ วิ่ง สู้ ฟัด ในสมรภูมิขายตรงประเทศไทย
อย่างที่ทราบกันดีว่า บริษัทแห่งนี้ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารงานของ ภก.ธัญเทพฯ มีจุดแข็งและจุดเด่นหลายประการรวมอยู่ ประกอบกับบุคคลิกของเจ้าของนั้นเป็นคนที่เรียบง่าย แต่เอาการเอางานและมีใจเกินร้อยที่จะขยายฐานอาณาจักรของ “วันมอร์ไลฟ์” ให้เจริญเติบโต และยืนหยัดอยู่ในสมรภูมินี้ได้อย่างสง่าผ่าเผย
จุดเด่นที่เป็นจุดขายของ “วันมอร์ไลฟ์” อย่างที่กล่าวมาข้างต้นมีมากมายให้สมาชิกนำไปโมติเวทต่อกับกลุ่มเป้าหมาย จากจุดเริ่มต้นด้วยคนในครอบครัวเป็นผู้ที่คุ้นเคยกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างดี สิ่งนี้พอจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ที่สนใจเข้าร่วมธุรกิจได้ไม่มากก็น้อย
แต่จุดขายของ “วันมอร์ไลฟ์” ที่น่าสนใจกว่าน่าจะอยู่ที่ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในการผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพอันเนื่องมาจากเป็นคนที่เติบโตมาจากแวดวงการแพทย์ และมีประสบการณ์ตรงทางด้านนี้ อีกทั้งยังเป็นทั้งเจ้าของและผู้ถือหุ้นอยู่ในกลุ่มบริษัทผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงค่อนข้างไม่น่าเป็นห่วงอะไรมากนักที่จะนำสินค้าดีๆ มีมาตรฐานมานำเสนอสู่ท้องตลาดขายตรง และประชาชนทั่วไปที่สำคัญบริษัทแห่งนี้มีต้นทุนการผลิตที่เหนือกว่าคู่แข่งในวงการเดียวกัน
ส่วนจุดขายต่อมาน่าจะอยู่ที่การทุ่มทุนซื้ออาคารสำนักงานแถวซอยนวลจันทร์เป็นของตัวเองมูลค่าหลายล้านบาท แสดงให้เห็นถึงเจตนาในการทำธุรกิจที่จริงจังไม่ใช่เปิดเพื่อปิดอย่างบริษัทขายตรงบางรายที่มีให้เห็นก่อนหน้า
จุดขายอีกประการที่ดูเหมือนจะถูกอกถูกใจคนเครือข่ายมากเป็นพิเศษนอกจากสินค้า ราคาสินค้า การลงทุนในทรัพย์สิน และความจริงใจในการทำธุรกิจของเจ้าของแล้ว เรื่องสำคัญคงหนีไม่พ้นเรื่องของแผนการตลาด ที่กลุ่มนักขายต่างยืนยันว่า ไม่เป็นสองรองใคร โดยเฉพาะการจ่ายคอมมิสชั่น และค่า PV เมื่อเทียบกับราคาสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่ให้กันจุใจถึง 2 บาท ต่อ 1 PV เลยทีเดียว
สูตรสำเร็จที่เป็นจุดขายของบริษัทแห่งนี้มีให้เห็นเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่เจ้าของอย่าง ภก.ธัญเทพ ป่าวประกาศอยู่ตลอดเวลาในเรื่องของนโยบายทางด้านสินค้าที่ต้องสร้างคุณภาพให้เหนือกว่าท้องตลาดทั่วๆ ไป พร้อมกับกลยุทธ์ “หนามยอกเอาหนามบ่ง” ท้องตลาดมีสินค้าประเภทใดที่โดดเด่นจัดจำหน่ายอยู่ “วันมอร์ไลฟ์” จะต้องมีด้วย ภายใต้เงื่อนไขของคุณภาพที่สูงกว่า ดีกว่า แต่ราคาถูกกว่า ทำให้ถึงวันนี้ “วันมอร์ไลฟ์” มีสินค้าอยู่ในมือแล้วมากกว่าครึ่งร้อยรายการ และยังจะมีผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องอย่างไม่มีวันหยุด
“ด้วยสินค้าราคาถูก แต่เปี่ยมด้วยคุณภาพจึงทำให้ทั้งสมาชิกนักขาย และผู้บริโภคต่างพึงพอใจกันทั้งสองฝ่าย และอาจนำไปสู่การเป็นธุรกิจขายตรงที่เติบโตอยู่บนเครือข่ายผู้บริโภคอย่างแท้จริงในอนาคต”
เมื่อองค์ประกอบของการเป็นบริษัทขายตรงที่สมบูรณ์แบบครบครัน การแสวงหาผู้กล้า ที่จะเข้ามาเป็นขุนพลหลักในการเปิดประตูระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อจึงเกิดขึ้น เพียงแต่การขายตรงมีมากกว่านั้นเพราะจำเป็นต้องเพิ่มเติมในส่วนของผู้ร่วมธุรกิจเข้ามาด้วย ดังนั้นจึงต้องใช้ขุนพลระดับมืออาชีพเข้ามาเพิ่มพลังความแข็งแกร่งให้กับองค์กร เพื่อประกอบธุรกิจให้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ 100% นั่นหมายความว่า ต้องมีทั้งความพร้อมของเงินทุน บริษัท สินค้า นักขาย นักขยายเครือข่าย ผู้บริโภค และอื่นๆ อีกมากมาย
อย่างไรก็ตาม ไม่กี่วันมานี้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งซึ่งจะเข้ามามีบทบาทในบริษัทแห่งนี้ หลังจากที่มีรูปของเขาผุดขึ้นบนหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งกลุ่มคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนอายุน้อยที่หลายคนในวงการขายตรงรู้จักเป็นอย่างดี และต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แต่ละคนมีความเก่งกล้าสามารถที่อยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดา ยิ่งด้วยวัยยังน้อยด้วยแล้วอนาคตยิ่งสดใส ยากที่จะคาดเดาได้ว่า หากทั้ง 5 คนนี้ผนึกกำลังกันอะไรจะเกิดขึ้น
“ทั้ง 5 คนถือเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความคิด ความอ่านไม่แพ้ผู้ใหญ่บางคนและทุกคนต่างประสบความสำเร็จในวิชาชีพขายตรงมาแล้วทั้งนั้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถก้าวย่างไปถึงระดับของรุ่นพี่บางคนที่เป็นมนุษย์เงินล้านอยู่ในขณะนี้เพียงแต่ด้วยตัวเลขอายุที่ยังน้อยด้วยวัยเพียงหลักสอง จึงยังมีเวลาอีกนานโขที่เขาเหล่านี้จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการขายตรงเมืองไทยได้”
แต่ใครจะเชื่อว่าถึงแม้อายุเพียงเลข 2 แต่ทั้ง 5 คนนี้ได้พิสูจน์ความสามารถของตัวเองจนหยิบจับเงินแสน เงินล้านจากขายตรงมาแล้วแทบทั้งสั้น ดังนั้นเมื่อ “วันมอร์ไลฟ์” ได้ทั้ง 5 คนนี้ไปร่วมธุรกิจอนาคตจึงคาดเดาได้ว่า พลังจากคนรุ่นใหม่เหล่านี้จะช่วยพี่ๆ นำพา “วันมอร์ไลฟ์” ไปสู่ยอดขายหลักพันล้านได้ในเร็ววัน หากไม่เกิดการสะดุดอะไรกลางทางเสียก่อน
คนหนุ่มไฟแรงทั้ง 5 คนที่กำลังกล่าวถึงนี้ ได้แก่ โอ๊ต “ประกาสิต เลิศมุกดา” ดีกรี ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์การแพทย์และปริญญาโท MBA มหาวิทยาลัยบูรพา ทายาทลูกนายอำเภอแหวนเพชร จังหวัดตราด ซึ่งอดีตนั้นเคยขึ้นตำแหน่งสูงสุดเป็นคนแรกของบริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ออกมานั่งเป็นผู้บริหารของบริษัทขายตรงย่านรัชดา ก่อนที่จะมาลงหลักปักฐานกับ “วันมอร์ไลฟ์” อย่างจริงๆ จังๆ
รายต่อมาคือ ตี๋ “กฤษดา อรุณานนท์” ดีกรี ปริญาตรีวิศวะฯ และปริญาโท MBA มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น ทายาทเจ้าของโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ รายนี้ถือเป็นอีกคนที่ประสบความสำเร็จในวิชาชีพขายตรงเพราะเคยผ่านรายได้หลักแสนต่อเดือนมาแล้ว
ส่วนรายต่อมา คือ เป้ย “ณัฐสิษฐ์ สุขสวัสดิ์” ดีกรี ปริญญาตรี บริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยบูรพาอีกคน ทายาท ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงแรม สปา และโรงพิมพ์ แม้จะเข้าสู่วงการได้ไม่นาน แต่ก็ผ่านการมียอดรายได้หลักแสนต่อเดือนมาแล้วเช่นกัน และด้วยบุคลิกที่สุขุม นุ่มนวลมีมาดผู้บริหารอยู่ในตัวอย่างเต็มเปี่ยม เป้ยจึงน่าจับตามองถึงอนาคตการเติบโตที่ “วันมอร์ไลฟ์” ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า 4 คนในกลุ่ม
อีกรายซึ่งสังคมปัจจุบันน่าจะรู้จักกันดีอย่าง บอย “ธัชณศักดิ์ สายันตนันต์” ดีกรี ปริญญาตรีวิศวะฯ มหาวิทยาลัยมหิดล ทายาทเจ้าของธุรกิจโรงพิมพ์ เด็กหนุ่มที่มีรายได้เกือบครึ่งล้านบาทต่อเดือนส่วนชื่อเสียงเรียงนามไม่ต้องสาธยายกันมาก เพราะ “บอย” เป็นที่รู้จักของเจ้าของกิจการ และผู้นำเกือบทุกบริษัทอยู่แล้ว
สำหรับรายนี้ถือเป็นม้ามืดของวงการ เขาชื่อ ต้นกล้า “จริวัฒน์ แสนกล้า” ดีกรี ปริญญาตรี ราชภัฏอุดรธานี อดีตครอบครัวทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างตัวอย่างนักสู้ชีวิตที่อุทิศตนเพื่อครอบครัวสำหรับต้นกล้า ถือว่าสามารถเติบโตอย่างรวดเร็วใน “วันมอร์ไลฟ์” และสายงานตัวเองมียอดขายถล่มทลายในทุกเดือนโดยเฉพาะพื้นที่แถวประเทศลาว ถือเป็นคนหนุ่มอีกคนหนึ่งที่วงการน่าจับตามอง
“5 โจ๋ วัยมันส์ถือเป็นแบบอย่างของกลุ่มคนรุ่นใหม่ และเป็นขุนพลนักขายอายุน้อยที่น่าจับตามอง เชื่อเหลือเกินว่า ในอีกไม่นานกลุ่มคนเหล่านี้จะมีสิ่งแปลกใหม่ให้กับวงการขายตรงเมืองไทย อย่างน้อยๆ สิ่งที่จะชี้ชัดได้มากที่สุดก็คือ กลุ่มคนเหล่านี้มีสิทธิ์รับรายได้เกินหลักล้านบาทต่อเดือนทุกคนในอนาคตอันใกล้นี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจของ “วันมอร์ไลฟ์” ที่มีคนประเภทนี้อยู่ในบริษัท”
เมื่อคนเหล่านี้รวมตัวกับรุ่นพี่มืออาชีพที่มีชื่อเสียงอยู่ก่อนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น จึงพูดได้คำเดียวว่า ได้เวลา “วันมอร์ไลฟ์” ผนึกกำลังสร้างประวัติศาสตร์ขายตรงหน้าใหม่กันแล้ว เดี๋ยวนี้!!!