แนะเคลียร์ภาพสังคม เหตุ! คนวงการกังขา ยังไม่ชัดเรื่องธุรกิจ ตกลง 200 ล้านคือทุนจดทะเบียนเต็ม หรือซื้อลิขสิทธิ์เว็บไซต์จากสิงคโปร์ สับสนเรื่องการขออนุญาต สคบ.และวิธีการดำเนินธุรกิจ ไม่เข้าใจเป็น อี-คอมเมิร์ซ ผ่านจดทะเบียนได้อย่างไร พร้อมรูปแบบการทำขายตรง และแผนการตลาด ขายบัตรรูดปื๊ด ชี้ช่องโหว่ ห่วงนักขายโอเวอร์เคลมหลังพบโมติเวทเจ้าของเป็นหุ้นใหญ่ธุรกิจดังสารพัด ทั้ง KFC, สายการบิน และอื่นๆ เลยกลัวภาพเสีย จึงอยากให้ชี้แจงต่อสังคมเพื่อความกระจ่างชัด
QNet International หรือ บริษัท คิวเน็ท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ธุรกิจขายตรงแนว อี-คอมเมิร์ซ ที่ผ่านการจดทะเบียน จาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. บริษัทดังกล่าวโยงใยอยู่กับกลุ่มนักธุรกิจของคนในตระกูล “มุตตามระ” มี “สุธาสินี มุตตามระ” นั่งบริหารงานในตำแหน่ง President & CEO ซึ่งคนในตระกูลดังกล่าว เป็นตระกูลดังที่มีทั้งนักธุรกิจใหญ่ และนักการเมืองมากมาย
จากข้อมูลที่ได้รับมาพบว่า QNet International เป็นหนึ่งในธุรกิจของเครือข่าย The Quality Group และเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ โรงแรมริเวอร์ไซด์ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข “วิทยา แก้วภราดัย” มาร่วมกล่าวแสดงความยินดีในการเปิดตัว
ส่วนสินค้าหลักได้แก่ “ธุรกิจบริการ” ผ่านบัตร Membership Card เพื่อนำไปซื้อสินค้า และบริการในเครือ Q Group อาทิ Q Mall ศูนย์รวมสรรพสินค้านานาชนิด Q Education แหล่งรวมสถาบันการศึกษาชั้นนำ Q Lifestyle แหล่งรวมสถานที่พักผ่อนชั้นนำในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม รีสอร์ท สปา หรือแม้กระทั่ง Q Entertainment ศูนย์รวมความบันเทิงนานาชนิด เพื่อความพักผ่อนหย่อนใจ สำหรับสมาชิก ส่วนใครที่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพก็สามารถไปใช้บริการได้ที่ Reju Asoke Clinic ซึ่งเป็นศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจรดำเนินการโดย Q Medical พร้อมกับวางเป้าหมายของยอดขายไว้ที่ 1,000 ล้านบาท และมีสมาชิกเครือข่ายกว่า 100,000 คน ในอนาคต
Q Net International ชูจุดขายด้วยขายตรง อี-คอมเมิร์ซ ซึ่งแตกต่างไปจากบริษัทขายตรงทั่วๆ ไป โดยเปิดให้สมาชิกหรือผู้จำหน่ายจ่ายเงิน 3,300 บาท เพื่อสินค้าซึ่งเป็นธุรกิจบริการ และจะได้รับบัตร Membership Card ที่เรียกว่า Trial Card สมาชิก ซึ่งเป็นบัตรชนิด Prepaid Card แบบเดียวกับบัตรเติมเงิน สามารถนำบัตรดังกล่าวไปซื้อสินค้าและบริการภายใต้บริษัทในเครือ Q Group และจะมีการคำนวณกลับไปเป็นโบนัสให้กับสมาชิกหรือผู้จำหน่ายในแต่ละเดือน ในช่วงเริ่มต้นสมาชิกและผู้จำหน่ายจะนำบัตรไปซื้อสินค้าและบริการในเครือ Q Group เท่านั้น แต่ในอนาคตจะมีการขยายเครือข่ายสินค้าให้ครอบคลุมมากกว่าที่เป็นอยู่เนื่องจากจะมีพันธมิตรรายใหม่ๆ ทยอยเข้ามาร่วมโครงการอีกเป็นจำนวนมาก แบ่งตามหมวดหมู่ของผลิตภัณฑ์
จากข้อมูลทางเว็บไซต์แห่งหนึ่งระบุว่า เบื้องหลังของการจัดตั้ง Q Net International จะมีพันธมิตรสำคัญ 3 ฝ่าย ได้แก่ The Quality Group, Dragon Group และหุ้นส่วนอีกคนที่เป็นผู้อยู่ในแวดวงธุรกิจเครือข่ายมาอย่างยาวนานถึง 20 ปี ส่วนเครือข่ายของ The Quality Group อยู่ในแวดวงธุรกิจ Time Sharing มาอย่างยาวนานถึง 17 ปี ซึ่งมีธุรกิจบริการในเครือจำนวนมากกระจายอยู่ในทำเลท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง เช่น กรุงเทพฯ สมุย ภูเก็ต พัทยา ฯลฯ ในขณะที่ Dragon Group ดำเนินการในรูปแบบธุรกิจบริการ โดยเฉพาะในด้านเอ็นเตอร์เทนเมนท์ เรียกได้ว่า Q Net International คือขายตรงแนว อี-คอมเมิร์ซ ชัดเจน เนื่องจากหน้าร้านของ Q Net ทั้งหมดอยู่บนโลกไซเบอร์ ที่ออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง และนอกเหนือจากบัตร Trial Card แล้ว Q net ยังมีบัตรสมาชิกพิเศษ โดยระดับตั้งแต่ Silver, Gold และ Platinum โดยคิดค่าสมัคร 30,000 บาท, 75,000 บาท และ 150,000 บาท ตามลำดับ ซึ่งบริษัทดังกล่าวบริหารงานภายใต้สโลแกน “Your success is our success” และปัจจุบันมีสมาชิกแล้วมากกว่า 1,000 คน อีกทั้งสมาชิกจะได้เงินคืนด้วยการแนะนำสมาชิกต่อๆ กันไป ตามแผนการตลาดของบริษัท
ทั้งนี้ ประเด็นคำถามแรกจากสังคมคนขายตรง และสื่อมวลชนต่างสับสนว่า ในเมื่อ “คิวเน็ท” ดำเนินรูปแบบธุรกิจในลักษณะขายตรง “อี-คอมเมิร์ซ 100%” สามารถจดทะเบียนผ่าน สคบ. ได้หรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาธุรกิจประเภทนี้ยังลูกผีลูกคน ว่าจะสามารถจดทะเบียน ผ่าน สคบ. ได้ เพราะที่ผ่านมากลุ่มคนที่ทำธุรกิจแนวนี้ต่างยืนยันว่า เป็นแนวธุรกิจที่ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนผ่าน สคบ. เพราะไม่เข้าข่าย นอกจากนั้น นักขายในวงการขายตรงยังไม่แน่ใจว่า ตกลงแล้ว Q Net International ใช้ทุนจดทะเบียนกว่า 200 ล้านบาท เต็มจำนวน จริงตามคำกล่าวอ้างหรือไม่ หรือเป็นทุนจดทะเบียนที่รวมทั้งธุรกิจในเครือที่มีอยู่ทั้งหมด อย่างคำกล่าวอ้างที่ว่า Q-net กับสุดยอดบริษัทน้องใหม่ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท เต็มจำนวน! ด่วนรับแม่ทีมต้นสายติดบริษัทไม่ต้องถือสินค้า เปรียบเทียบสินค้า กักตุนสินค้า และไม่ต้องรักษายอด รายได้จ่าย 10 ช่องทาง น้องใหม่มาแรงแซงโค้งทุกบริษัทอยู่ในขณะนี้ (ทำน้อยได้น้อย ทำมากได้มาก ไม่ทำ!! ก็ยังได้เงิน) สุดยอดจริงๆ
www.q-smar...com 087-0292...
นอกจากนั้น นักขายที่เป็นแม่ทีมบริษัทขายตรงรายหนึ่ง เปิดเผยกับ “เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค” ว่า มีแม่ทีมของบริษัทดังกล่าวมารีครูทโดยบอกว่าเจ้าของเป็นนักธุรกิจใหญ่ถือหุ้นอยู่ในกลุ่มบริษัทมากมาย อาทิ KFC สายการบิน หรือแม้แต่อาบอบนวดก็มี
อีกทั้งเจ้าของในประเทศไทยได้ซื้อลิขสิทธิ์เว็บไซต์มาจากสิงคโปร์ กว่า 200 ล้านบาท จากนั้นก็บอกว่า ธุรกิจนี้ไม่จำเป็นต้องขายก็ได้รับเงิน เพียงแต่หาคนมาสมัครเท่านั้น หรือไม่หาคนเลยก็ได้เงินเหมือนกัน ตนเลยสงสัยว่า ตกลงเป็นธุรกิจประเภทไหน ในเบื้องต้นจึงไม่กล้าที่จะร่วมธุรกิจด้วย เพราะต้องการศึกษาให้มากกว่านี้ และเมื่อลองศึกษาข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์
www.qex-change.com ก็ไม่พบว่ามีแผนการตลาดให้ศึกษาแต่อย่างใด นักขายรายเดิมบอกอีกว่า เมื่อไม่นานมานี้บริษัทดังกล่าวเพิ่งปรับเปลี่ยนแผนการตลาดใหม่ ส่งผลให้นักขายบางส่วนหันไปทำธุรกิจตัวอื่นแทน ซึ่งตรงนี้ตนก็ไม่ทราบสาเหตุเหมือนกัน ถึงเหตุผลของการเปลี่ยนแผน
“ผมสงสัยว่า เมื่อสมัครและได้บัตรไปแล้วคนต่างจังหวัดจะเอาบัตรไปใช้ที่ไหนได้บ้าง เพราะเท่าที่ทราบบัตรดังกล่าวใช้ได้เฉพาะที่ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนต่างจังหวัดนั้นยังไม่สามารถใช้บัตรดังกล่าวได้ 100% ซึ่งตรงนี้เพื่อนๆ นักขายที่สนใจร่วมธุรกิจยังต้องการคำตอบที่ชัดเจนจากทางผู้บริหารโดยเฉพาะเรื่องการทำตลาดของบริษัท และระบบการให้บริการของบริษัท และอื่นๆ อีกมากมาย ที่นักขายของบริษัทดังกล่าวยังไม่มีคำตอบให้” นักขายอีกรายของบริษัทขายตรงแห่งหนึ่งย่านรัชดา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียงกระทู้คำถามที่จะเป็นการบ้านที่ดีให้กับผู้บริหารของ “คิวเน็ท” ที่ต้องตอบโจทย์สังคมต่อไป และอาจเป็นไปได้ว่า ธุรกิจแนวนี้อาจเป็นธุรกิจแนวใหม่ที่นักขาย และบุคคลในสังคมยังขาดความรู้ ความเข้าใจ หรือแม้แต่อีกเว็บไซต์ ที่ทำธุรกิจแนว “บริชเชอร์” หรือ “ไทม์ แชร์ริ่ง” หรือแชร์ท่องเที่ยว ที่เพิ่งถูกตัดสินติดคุกแสนปีไปไม่นาน จึงเกิดคำถามจากผู้ที่ไม่เข้าใจตามมาว่า ตกลงแล้ว “คิวเน็ท” ทำธุรกิจอย่างไร ดังนั้นหากผู้บริหารไม่เร่งทำความเข้าใจต่อสังคมโดยด่วน กลัวว่าจะเป็นดาบสองคมที่จะย้อนกลับมาส่งผลต่อธุรกิจได้ในอนาคต
อย่าทำให้ธุรกิจดีๆ ต้องเสียภาพโดยใช่เหตุ เพราะไม่สร้างความเข้าใจให้กับสังคม หรือสมาชิกก่อนลงมือขยายตลาด ด้วยความเป็นห่วงจาก “เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค”